June 29, 2022
6 JARS เทคนิคออมเงินฉบับนักการเงินระดับโลก ได้ผลชัวร์

6 JARS เทคนิคออมเงินฉบับนักการเงินระดับโลก ได้ผลชัวร์

ในปัจจุบัน การออมเงินก็เป็นหนึ่งสิ่งที่เราเริ่มใส่ใจกันมากขึ้น แม้ยุคนี้เราต้องพยายามใช้ชีวิตให้รอดได้ในแต่ละวันแล้ว อนาคตของเราก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ การมีเงินเอาไว้ใช้ในอนาคตจึงเป็นสิ่งที่เราต้องลงมือทำ และหาวิธีที่จะเก็บเล็กผสมน้อยให้กลายเป็นเงินก้อนโต ซึ่งในบทความนี้ burakpotuk ก็มีอีกหนึ่งเทคนิคการออมเงินอย่าง 6 JARS ซึ่งเป็นเทคนิคออมเงินจากนักการเงินระดับโลกมาแนะนำให้กับคุณได้ลองนำไปปรับใช้

ความจริงแล้ว คนเราต้องออมเงินไปเพื่ออะไร ?

ความจริงแล้ว คนเราต้องออมเงินไปเพื่ออะไร ?

การออมเงินของเราเป็นเหมือนการแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งของเราเอาไปเก็บสะสมไว้ ซึ่งการสะสมนี้ก็มีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของคุณ แต่โดยส่วนมาก เรามักจะเก็บออมเงินเพื่อวัตถุประสงค์หลัก ๆ นั่นก็คือ

1) การออมเผื่อกรณีฉุกเฉิน เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน หรือมีเหตุต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วน เงินในส่วนนี้จะถูกนำออกมาใช้ได้อย่างทันท่วงที

2) การออมระยะสั้นเพื่อใช้จ่ายในสิ่งที่ต้องการ เช่น ออมเงินเพื่อไปเที่ยว ออมเงินเพื่อซื้อมือถือเครื่องใหม่หรือสิ่งของต่าง ๆ ที่อยากได้

3) การออมเพื่ออนาคต เป็นการเก็บสะสมเงินเพื่อเราจะนำเงินเก็บสะสมเหล่านี้ไปไว้ใช้จ่าย เมื่อเราอยู่ในวัยเกษียณนั่นเอง

4) การออมให้งอกเงยด้วยการลงทุน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการออมเงินให้ได้ผลตอบแทนสูงกว่าการออมเงินไว้ในบัญชีแบบทั่ว ๆ ไป ที่ออกโดยสถาบันการเงินต่าง ๆ

เทคนิคการออมเงินแบบ 6 JARS

การออมเงินด้วยหลัก 6 JARS หรือการเก็บเงินแบบโหล 6 ใบ จะเป็นการบริหารจัดการเงินในการใช้จ่าย และเก็บออมในแต่ละเดือนให้กับเราได้อย่างลงตัว โดยทั้งโหลทั้ง 6 ใบ จะถูกแบ่งออกเป็นดังนี้

เทคนิคการออมเงินแบบ 6 JARS

โหลใบที่ 1 ออมเงินระยะยาว คิดเป็น 10% ของเงินรายรับทั้งหมด

เก็บก่อนใช้เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราควรจะทำให้ได้ โดยเราจะเก็บเงินเป็นจำนวน 10% ของเงินรายรับทั้งหมดของเรามาเก็บออมเอาไว้ ก่อนที่จะนำเงินรายรับที่เหลือไปคิดคำนวณค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ของเราต่อไป ซึ่งทำให้เราได้มีการบังคับให้ตัวเองได้เก็บออมเงินไว้ และทำให้เรามีเงินออมได้จริง

โหลใบที่ 2 รายจ่ายประจำ คิดเป็น 55% ของเงินรายรับทั้งหมด

ในส่วนนี้จะเป็นการที่เรานำเงินรายรับมาจัดการจ่ายให้กับรายจ่ายประจำของเรา ไม่ว่าจะเป็นค่าห้อง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าบิลต่าง ๆ และค่าอาหาร ซึ่งเราต้องมีการคิดคำนวณรายจ่ายคงที่ของเราในแต่ละเดือนเอาไว้อย่างชัดเจน และพยายามบริหารจัดการให้รายจ่ายของเราไม่ให้มากเกิน 55% ของเงินรายรับจะเป็นการดีต่อตัวของเรามาก ๆ เพื่อที่เราจะได้มีเงินเหลือไปใช้จ่ายในส่วนอื่น ๆ บ้าง

โหลใบที่ 3 การลงทุนเพื่อให้เงินงอกเงย คิดเป็น 10% ของเงินรายรับทั้งหมด

นอกจากจะต้องเก็บออมไว้ในระยะยาวแล้ว การนำเงินบางส่วนของเรามาใช้ในการลงทุนก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เงินของเราได้เกิดการงอกเงยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งคุณอาจจะนำเงินส่วนนี้ไปใช้ในการลงทุนที่สนใจ อาทิ กองทุนรวม ซื้อพันธบัตร สลากออมทรัพย์ ซื้อทอง หรืออื่น ๆ ที่จะทำให้เงินของคุณงอกเงยขึ้น

โหลใบที่ 4 การพัฒนาตนเอง คิดเป็น 10% ของเงินรายรับทั้งหมด

การพัฒนาตนเองเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราไม่ควรหยุดยั้ง และควรที่จะทำให้ตัวของเรามีการพัฒนามากขึ้นเรื่อย ๆ การเก็บเงินไว้สำหรับซื้อคอร์สเรียน หรือการพัฒนาตัวเองในด้านต่าง ๆ ก็จะช่วยให้เรากลายเป็นคนที่มีความสามารถที่หลากหลายมากขึ้น

โหลใบที่ 5 การให้รางวัลกับตัวเอง คิดเป็น 10% ของเงินรายรับทั้งหมด

เมื่อเราทำงานหนักเพื่อหาเงิน เราก็ต้องสามารถนำเงินของเราไปใช้จ่ายเพื่อซื้อความสุขให้กับตัวเองได้เช่นกัน เงินในส่วนนี้จะเป็นส่วนที่คุณจะเอาไปใช้ทำอะไรก็ได้ที่คิดว่าจะทำให้ตัวเองมีความสุข เอาไปซื้ออาหารแพง ๆ ที่อยากกิน ของที่อยากได้ หรือไปเที่ยวในที่ที่อยากไป อะไรก็ได้ คุณสามารถทำได้ทั้งหมดเลย โดยใช้เงินในส่วนนี้

โหลใบที่ 6 การแบ่งปันสังคม คิดเป็น 10% ของเงินรายรับทั้งหมด

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม การเก็บเงินในส่วนนี้ไปใช้ในการแบ่งปันกับสังคมก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ดี จะนำไปใช้ในการบริจาค หรือเอาไปซื้อของให้กับคนพิเศษ เพื่อนสนิท หรือคนในครอบครัวเนื่องในโอกาสพิเศษ ๆ ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ดีไม่ใช่น้อย

อย่างไรก็ตาม การออมเงินตามเทคนิคที่เราแนะนำ เป็นเพียงอีกหนึ่งเทคนิคที่เรานำมาบอกต่อ เพื่อให้คุณได้ลองนำไปปรับใช้ ซึ่งหลาย ๆ คนอาจจะไม่สามารถเก็บออมได้ถึง 10% ของรายรับก็ไม่เป็นไร เพียงคุณออมแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของเงินที่มี ออมสะสมไปเรื่อย ๆ ทุกเดือน ๆ แล้วค่อย ๆ เพิ่มยอดเงินออมขึ้นเรื่อย ๆ คุณก็จะมีเงินออมที่เพิ่มขึ้นไว้สำหรับอนาคตแล้วล่ะ