October 16, 2021
รู้จักประเภทบัญชีเงินฝาก เพื่อเลือกให้เหมาะสมกับตัวเอง

รู้จักประเภทบัญชีเงินฝาก เพื่อเลือกให้เหมาะสมกับตัวเอง

การออมเงิน ถือว่าเป็นการบริหารจัดการเงินที่เป็นประโยชน์และมีผลดีกับตัวเราในอนาคตได้ ซึ่งการออมเงินก็สามารถทำได้หลากหลายวิธี โดยคนส่วนใหญ่มักจะนิยมออมเงินด้วยการฝากเงินกับธนาคาร โดยการฝากเงินกับธนาคารนั้นก็มีอีกหลายหลายประเภทบัญชีเงินฝากให้ได้เลือกที่เหมาะสำหรับแต่ละบุคคลด้วย แต่หากคุณยังเลือกไม่ได้หรืออาจจะยังไม่รู้จักประเภทบัญชีเงินฝากต่าง ๆ ว่าควรจะฝากบัญชีแบบไหนดี วันนี้เราจึงจะพาทุกคนไปทำความรู้จักประเภทบัญชีเงินฝาก เพื่อการเลือกให้เหมาะสมกับตัวเอง โดยจะมีประเภทบัญชีอะไรนั้น สามารถตามไปดูกันได้เลย

ทำความรู้จักประเภทบัญชีเงินฝาก เพื่อเลือกให้เหมาะสมกับตัวเอง

1. บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ (Savings Account)

มาเริ่มกันที่ประเภทบัญชีเงินฝากแรกกันเลยกับ บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ซึ่งบัญชีเงินฝากประเภทนี้เป็นเงินฝากประเภทจ่ายคืนเมื่อทวงถาม โดยสามารถเบิกได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งและจำนวนเงินในทุก ๆ สาขาของธนาคารทั่วประเทศ แต่หากมีการฝากหรือถอนข้ามเขตก็อาจจะมีค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคารด้วย

ซึ่งบัญชีเงินฝากนี้เหมาะสำหรับเก็บเงินค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จำเป็นในแต่ละเดือนมากกว่า เพราะจะได้รับอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าบัญชีประเภทอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีประเภทบัญชีออมทรัพย์แบบพิเศษ ซึ่งเป็นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่มีเงื่อนไขพิเศษ โดยอัตราดอกเบี้ยจะสูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ธรรมดา และไม่ต้องเสียภาษีเงินหัก ณ ที่จ่ายเงินได้บุคคลธรรมดาจากดอกเบี้ยรับ

และมีเงื่อนไขสำคัญคือต้องเปิดบัญชีไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท รวมทั้งการฝากเงินแต่ละครั้งต้องไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท และมีข้อจำกัดในการเบิกถอนในแต่ละเดือน เช่น สามารถเบิกถอนได้ไม่เกินเดือนละ 3 ครั้ง นั่นเอง

บัญชีเงินฝากออมทรัพย์-Savings Account

2. บัญชีเงินฝากประจำ (Fixed Deposit Account)

อีกหนึ่งประเภทบัญชีเงินฝากที่เป็นตัวเลือกดี ๆ สำหรับการออมเงินให้กับคุณได้กับ บัญชีเงินฝากประจำ ซึ่งบัญชีประเภทนี้จะได้รับผลตอบแทนหรือได้รับดอกเบี้ยที่สูงกว่าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ โดยในปัจจุบันส่วนใหญ่จะมาพร้อมแคมเปญพิเศษ ไม่ต้องเสียภาษีเงินหัก ณ ที่จ่ายเงินได้บุคคลธรรมดาจากดอกเบี้ยรับ

เหมาะสำหรับผู้ที่มีเงินเหลือจากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและยังไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้จ่าย ซึ่งมีเงื่อนไขสำคัญคือมีการกำหนดระยะเวลาฝากประจำที่ 3, 6, 12, 24 และ 36 เดือน หรือมากกว่า อีกทั้งเมื่อฝากประจำแล้วห้ามถอนก่อนกำหนด แต่ถ้าผู้ฝากถอนเงินก่อนครบสัญญาที่ตกลงกันไว้ ธนาคารมีสิทธิ์จะไม่ให้ดอกเบี้ย หรือให้ดอกเบี้ยในอัตราที่เท่ากับบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ก็ได้ ซึ่งแล้วแต่เงื่อนไขตามอัตราของธนาคารนั้น ๆ

บัญชีเงินฝากประจำ-Fixed Deposit Account

3. บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน (Current Account)

มาต่อกันที่ประเภทบัญชีเงินฝากที่สามกับ บัญชีเงินฝากกระแสรายวันนี้ ซึ่งบัญชีประเภทนี้จะช่วยทำให้เราสะดวกสบายในการบริหารเงินให้ได้คล่องตัวมากขึ้น โดยใช้เช็คสั่งจ่ายของธนาคารแทนการใช้เงินสด เหมาะสำหรับการทำธุรกิจการค้าหรือธุรกิจส่วนตัวที่มีการรับ – จ่ายเงินหมุนเวียนอยู่เป็นประจำ โดยสามารถขอใช้วงเงินเบิกเกินบัญชี (Overdraft) หรือวงเงิน O/D บนบัญชีนี้ได้ ซึ่งผู้กู้จะใช้เงินเมื่อใดก็ได้ตามที่ต้องการ และธนาคารจะคิดดอกเบี้ยเฉพาะส่วนที่เจ้าของบัญชีเบิกเกินบัญชี และเฉพาะวันที่มีการเบิกเกินบัญชีจริงเท่านั้น

โดยบัญชีเงินฝากกระแสรายวันเป็นบัญชีเงินฝากที่ไม่มีดอกเบี้ย หรือหากมีอัตราดอกเบี้ยจะต่ำกว่าบัญชีออมทรัพย์ จึงไม่เหมาะสำหรับการออมเงิน โดยเงื่อนไขสำคัญในการเปิดบัญชีคือใช้จำนวนเงินฝากขั้นต่ำในการเปิดบัญชี 10,000 บาท ธนาคารจะให้สมุดเช็คแก่ผู้ฝากบัญชีประเภทนี้แทนสมุดคู่ฝาก และจะจัดส่งสเตทเมนท์ (statement) ทางไปรษณีย์ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อแจ้งยอดเคลื่อนไหวของบัญชีให้ทราบ และผู้ฝากสามารถสั่งจ่ายเช็คให้กับผู้อื่นไปดำเนินการขึ้นเงินจากบัญชีของตนได้

บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน-Current Account

4. บัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ (Foreign Currency Deposit Account)

ปิดท้ายกันด้วยประเภทบัญชีเงินฝากที่เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกให้กับคุณอย่าง บัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ โดยบัญชีประเภทนี้จะเหมาะสำหรับผู้ที่มีรายรับ หรือมีภาระค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินตราต่างประเทศ เพราะสามารถใช้เงินในบัญชีนี้มาทำธุรกรรมทางการเงินได้เลย โดยไม่ต้องแลกเปลี่ยนสกุลเงิน ซึ่งสามารถเปิดได้ทั้งบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ หรือเงินฝากประจำ และเงินฝากกระแสรายวันได้ ทั้งนี้ในส่วนดอกเบี้ยรับที่ได้จะต้องเสียภาษีด้วย ซึ่งการฝากเงินเป็นเงินตราต่างประเทศจะไม่ได้รับความคุ้มครองเงินต้นและดอกเบี้ยจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ขณะที่ค่าบริการในการทำธุรกรรมสำหรับบัญชีประเภทนี้อาจจะสูงกว่าดอกเบี้ยที่ได้รับด้วยเช่นกัน

บัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ-Foreign Currency Deposit Account

อย่างไรก็ตามคุณสามารถศึกษาประเภทบัญชีเงินฝากทั้ง 4 ประเภทนี้ได้ เพื่อนำมาพิจารณาได้ว่าบัญชีเงินฝากแบบไหนที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของตัวเอง ทั้งนี้ยังสามารถพิจารณาได้จากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของแต่ละธนาคารเพื่อความเหมาะสมของผลตอบแทนที่เราจะได้รับนั่นเอง

การเลือกบัญชีเงินฝากที่เหมาะกับตัวเองจะช่วยให้เราสามารถบริหารจัดการกับเงินได้ดีขึ้น แถมยังช่วยเราออมเงินได้ด้วย แต่ถ้าจะให้สถานะการเงินของเรามีความมั่นคงที่สุด ควรใช้ 5 เทคนิคออมเงิน เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในอนาคต เข้ามาร่วมด้วย เพื่อใช้ในอนาคตยามฉุกเฉินนั่นเอง

นอกจากนี้ ในปัจจุบันมีการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้การเงินของเรามีความเสี่ยงมากขึ้น เนื่องจากต้องใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง แผนการเงินที่เคยทำไว้ ก็จะต้องมีการปรับเปลี่ยน ซึ่งเราขอแนะนำ 5 แนวทางบริหารจัดการเงินในช่วงวิกฤติโควิด-19